วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ขั้นตอน
๑.คดี กม รปท แผนก คดี บุคคล หรือไม่    การย้อนส่งเป็นหัวใจสำคัญ
      นิติสัมพันธ์ เอกชน เอกชน  เพ่ง มีองค์ประกอบ คปท
ถ้าไม่มี กม ขัดกัน มาใช้ ก็ไม่ใช่ บุคคล ก็ไม่ต้องพิจารณาต่อ

๒. การจัดลักษณะ ของมูลกรณี  การใช้ลักษณะกฎหมายแก่ข้อเท๊จจริง
       ประเด็นข้อพิพาทเรื่องใด โดยอาศัย 
ทฤษฎี ๓ ทฤษฎี  
  Lex fori    lex causae lex universali 
ดูว่าคดีที่พิพาทเป็นเรื่องใด  เมื่อปรับข้อเท๊จจริงเข้กับหลักกฎหมาย  และใช้กม ขัดกันมาใช้

๓.ค้นหาหลักกฎหมาย จาก พรบ ๒๔๘๑ 
      กฎหมายต่างประเทศ  ต้องรู้ว่าเรื่องไหนเป็นอย่างไร
                ประเด็นข้อพิพาทข้อเท็จจริงข้อกฎหมาย

๔. จุดเกาะเกี่ยว connecting point จุดเกาะเกี่ยวที่ใกล้ชิด กับข้อเท็จจริงที่สุด
           ประเด็นข้อพิพาทเป็นเรื่องใด     ประเด็นอะไร
   ex  ม. ๑๕ จุดเกาะเกี่ยว   ถิ่นที่เกิดการละเมิด เกิดที่ไหนใช้ กม ประเทศนั้น

๕. การย้อนส่ง  
    เมื่อศาลรู้แล้วต้องใช้ ม. ไหน  จุดเกาะเกี่ยว ม.  
ไปดู กม ตปท . ดูว่าใน กม. มีการย้อนส่งหรือไม่

๖ สรุป การวินิจฉัยให้ใช้ APPLICABLE lAW 

๒ การจัดลักษณะของมูลคดี การให้ข้อกฎหมายแก่ข้อเท๊จจริง
  ศาลให้ข้อ กม แก่ข้อเท๊จจริวที่พิพาท ก่อนวินิจฉัย  เพื่อใช้  กม ขัดกันที่เหมาะสม
       เรื่องอะไร  ลักษณะ กม.  พรบ ๒๔๘๑  ละเมิด ครอบครัว มรดก หนี้
ผลต่อคดี  maltese marriage casw
EX. ช ญ  สัญชาติมอลต้า  แต่งงานที่ ปท มอลต้า  ย้ายมาฝรั่งเศถือว่าภูมิลำเนาอยู่ที่ ฝรั่งเศส สามีซื้อที่ดิน  แล้วตายจากไป   ภรยาฟ้อว ศาบอังกฤษ  เรียกร้องเอาสิทธิเก็บกินในที่ดิน  ส่วนแบ่งที่ต้องได้

ศาลอังกฤษ  เป็นผู้ตัดสิน  โดยดูว่าเป็นเรื่องกฎหมายขัดกันหรือไม่
  เนื่องจาก  ส.มอลต้า บวก ฝ้องที่อังกฤษ บวก ที่ดินอยู่ฝรั่งเศส
  ดูกม ขัดกัน ในเรื่อง มรดก  ต้องใช้ กม ปท ที่ทรัพย์สิน อยู่
            ตาม กม. ฝรั่งเศส ภรรยามไ่สามารถเรียกสิทธิเก็บกินได้
  ดู กม ขัดกัน ในเรื่อว ทรัพย์สิน ระหว่าง สามี ภรรนา ครอบครัว ภูมิลำเนา
            ตาม กม. มอลต้า ภรรยามีสิทธิเก็บกิน

ข้อเท็จจริง ที่ common law civil Law จัดมูลคดี ศาลต่างระบบ มูลกรณีไม่เหมือนกัน
 EX. เช่ารถจาก กทม. ไปหนองคาย  ระหว่างทางกลับขอนแก่น มีจัด rally แข่งรถ จำนำรถที่เช่ามาไปแข่งด้วยแล้วไปชนคันอื่น  รถอื่นเสียหาย 
      ส.เช่า  civil Law 
      ละเมิด common Law

หลักเกณฑ์ที่ ศาลจะนำมาใช้ ในการจัดมูลคดี

๑.  Lex Fori  กม. ของปท. ที่พิจารณาคดี  ศาลไม่ยกย่อง กม. ปท. ใด ดีกว่า ปท. ใด
        ศาลจะใช้ กม. แพ่ง ของตนพิจารณาในการจัดมูลคดี เพราะ ศาลนั้นรู้เรื่องนั้นๆ ในปท. ตนมากที่สุด
  ex. ถ้าศาลไทยพิจารณาคดี  ใช้ กม. แพ่งของไทย

๒ Lex  causae กม. ของ ปท. ที่เกี่ยวข้อง กม. ตปทง
           ศาลควรใช้ กม. แพ่งของ ปท. นั้นๆ จัดไปว่าเป็นเรื่องอะไร
  หา กม. คปท ที่จะนำมาปรับบทไม่เจอ บวก ไม่เชี่ยวชาญ
ex หมั้นกัน แล้วไม่แต่ง คู่หมั้น้บี่ยว  ไทย ผิด ส.หมั้น  ฝรั่งเศส  ไม่ใช่ ส.หมั้น

๓.  lex universali กม. เปรียบเทียบ หลายๆ แบบ หลายๆ ประเทศ
 ไม่ค่อยมี ประเทศใดทำ

๔  จุดเกาะเกี่ยว 
ศาล กม. ที่ใกล้ชิดกับนิติสัมพันธ์
  ไม่เป็นธรรม  บวก  ไม่แน่นอน  การยอมรับและบังคับคำพิพากษา กม. รปท.
กม. ขัดกัน  จุดเกาะเกี่ยวของนิติสัมพันธ์ในเรื่องต่างๆ
ตัวกำหนด ตัวบ่งชี้ กม. ที่ศาลจะนำปรับแก้นิติสัมพันธ์

.  หลักเกณฑ์ทั่วไปจุดเกาะเกี่ยว ตาม พรบ.
  • ความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคล สัญชาติภูมิ ลำเนา ที่อยู่
  • ทรัพย์ อสั้งหริมทรัพย์ ที่ตั้ง
  • การกระทำ จัดการงานนอกกสั่ง                   
๕. การใช้ กม. ปท. ที่จะนำมาปรับใช้ ในคดี


  การย้อนส่ง การย้อนส่งในกฎหมายระหว่างประเทศ คือ การ ที่บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการขัดกันแห่งประเทศหนึ่ง กำหนดให้ใช้กฎหมายของอีกประเทศหนึ่ง แต่กฎหมายของประเทศหลังนี้ย้อนส่งกลับมาให้ใช้กฎหมายของประเทศแรกหรือย้อน ส่งไปให้ใช้กฎหมายของประเทศที่สามบังคับแก่กรณี
การย้อนส่ง จำแนกออกได้เป็นสองประเภทคือ 


            การย้อนส่งกลับ หมายความถึง การที่หลักเกณฑ์แห่งการขัขัด กันแห่งกฎหมายประเทศหนึ่งบัญญัติให้ใช้กฎหมายภายในของอีกประเทศหนึ่ง แต่หลักเกณฑ์แห่งการขัดกันของกฎหมายประเทศหลังนี้ให้ใช้กฎหมายของประเทศแรก

            การย้อนส่งต่อไป หมายความถึง การที่หลักเกณฑ์แห่งการขัดกันแห่งกฎหมายประเทศหนึ่ง บัญญัติให้ใช้กฎหมายภายในของอีกประเทศหนึ่ง แต่หลักเกณฑ์แห่งการขัดกันของกฎหมายประเทศหลังนี้ให้ใช้กฎหมายของประเทศที่ สาม ข้อจำกัดของการนำเอากฎหมายต่างประเทศมาใช้บังคับ


วัตถุประสงค์

กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล มีขอบข่าย ครอบคลุม ถึงเรื่องสำคัญอยู่ 4 เรื่องด้วยกัน

           1) การแบ่งสรรเอกชนระหว่างประเทศ หมายความถึง การจำแนกเอกชนว่าควรจะสังกัดอยู่ในรัฐใดและจะใช้เครื่องมืออะไรในการจำแนก เอกชนดังกล่าว ดังนั้น สัญชาติก็ดี ภูมิลำเนาก็ดี ถิ่นที่อยู่ก็ดี จึงเป็นองค์ประกอบที่เป็นจุดเกี่ยวพันกับระบบกฎหมายภายใน

            2) สิทธิและฐานะของคนต่างด้าว เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการคุ้มครองคนต่างด้าว ฐานะของคนต่างด้าวในฐานะของกฎหมายภายในของแต่ละรัฐ สิทธิของคนต่างด้าวกำหนดโดยกฎหมายภายในและกฎหมายสนธิสัญญา

            3) การขัดกันแห่งกฎหมาย เป็นหัวใจของการศึกษากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล การขัดกันแห่งกฎหมายเป็นเรื่องกฎเกณฑ์ที่ช่วยหากฎหมายที่จะนำมาใช้บังคับกับ คดี เมื่อคดีนั้นมีจุดนิติสัมพันธ์กับกฎหมายหลายระบบ
             4.การ พิจารณาแผนกเอกชนระหว่างประเทศ เป็นเรื่องๆ หนึ่งในกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลซึ่งมีประเด็นสำคัญอยู่สองประเด็น คือ ประเด็นที่เกี่ยวกับการขัดกันแห่งอำนาจศาล กับการยอมรับคำพิพากษาของศาลต่างประเทศบ่อเกิดของกฎหมายระหว่างประเทศแผนก คดีบุคคล


การใช้กฎหมายต่างประเทศในศาลไทย 

 หลักทั่วไป
                   โดยหลักกฎหมายต่างประเทศแผนกคดีบุคคล ถ้าศาลไทยจะต้องวินิจฉัยคดีของเอกชนที่มีลักษณะระหว่างประเทศศาลไทยต้องพิจารณาคดีโดยคำนึงถึงลักษณะระหว่างประเทศของคดี  โดยวิธีการเลือกกฎหมายมาวินิจฉัยจะต้องเป็นตามข้อกำหนดของกฎหมายระหว่างประเทศ  กล่าวคือ
               กฎหมายแรก  ที่เกี่ยวข้องกับศาลไทยและศาลไทยจะต้องปฏิบัติตาม คือ กฎหมายของรัฐเจ้าของศาลเอง (Law of for)  ซึ่งก็คือ กฎหมายขัดกันของไทย  ได้แก่ พ.ร.บ. ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481
              กฎหมายที่สอง  คือ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีที่มีลักษณะระหว่างประเทศสำหรับศาลไทย นั่นก็คือ กฎหมายของรัฐต่างประเทศซึ่งกฎหมายขัดกันของไทยรับรองว่ามีจุดเกาะเกี่ยวกับคดีในศาลไทย
                  การรับรองนี้ หมายถึง  กฎหมายขัดกันของไทยส่งอำนาจในการบังคับคดีให้แก่ กฎหมายของรัฐต่างประเทศและกฎหมายขัดกันของศาลไทยยอมรับว่ากฎหมายของรัฐต่างประเทศ อาจมีสถานะเป็นกฎหมายแพ่งสารบัญญัติที่มีผลต่อคดี (Applicable Substantive Law of cases)จุดเกาะเกี่ยวที่กฎหมายขัดกันของไทยยอมรับ  คือ 1. สัญชาติของบุคคล   2. ภูมิลำเนาของบุคคล  3. เจตนาของบุคคล  4. ถิ่นที่ตั้งของทรัพย์สิน  5.  ถิ่นที่นิติสัมพันธ์เกิดขึ้น  6. ถิ่นที่นิติสัมพันธ์มีผล     7. ถิ่นที่ตั้งของศาลที่พิจารณาคดี 
              อย่างไรก็ตาม กฎหมายขัดกันไม่มีผลใช้บังคับโดยอัตโนมัติ ศาลภายในของไทยไม่อาจยกการใช้กฎหมายขัดกันขึ้นเอง เพราะการใช้กฎหมายขัดกัน อาจนำไปสู่การใช้กฎหมายต่างประเทศซึ่งมิใช่กฎหมายของศาลเอง ดังนั้น ผู้ที่จะยกการใช้กฎหมายขัดกันได้ คือ เอกชนซึ่งเป็นคู่ความในคดี และเหตุผลที่เอกชนจะต้องยกขึ้นเพื่อให้ศาลยอมรับใช้กฎหมายขัดกัน คือ เมื่อปรากฏลักษณะระหว่างประเทศของนิติสัมพันธ์นั้นตามกฎหมายเอกชนที่เกี่ยวข้องกับคดี           
                         เงื่อนไขการยอมใช้กฎหมายต่างประเทศของศาลไทย  กล่าวคือ     
              การที่ศาลจะนำกฎหมายต่างประเทศมาใช้แก่คดีที่มีลักษณะระหว่างประเทศ ได้มีบัญญัติไว้ใน มาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 ซึ่งบัญญัติว่า “ในกรณีที่จะต้องใช้กฎหมายต่างประเทศบังคับถ้ามิได้พิสูจน์กฎหมายนั้นให้เป็นที่พอใจแก่ศาล  ให้ใช้กฎหมายภายในแห่งประเทศสยาม” จะเห็นว่ามาตรา 8 ได้กำหนดเงื่อนไขการปรับใช้กฎหมายของต่างประเทศ ไว้ดังนี้ คือ
           (๑)  คู่ความฝ่ายกล่าวอ้างความเป็นระหว่างประเทศต้องกล่าวอ้างต่อศาล  โดยกล่าวถึงเนื้อหาสาระของกฎหมายของประเทศที่มีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดที่สุดกับคดีนั้น
           (๒)  ต้องพิสูจน์กฎหมายต่างประเทศจนศาลพอใจ  การจะพิสูจน์กฎหมายต่างประเทศ อาจนำพยานผู้เชี่ยวชาญมาสืบพิสูจน์ต่อศาล หรือโดยการนำพยานเอกสารมาสืบต่อศาล
 

คนต่างด้าว (๑) 

       คนต่างด้าว หมายถึง บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย  ซึ่งคนต่างด้าวนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น ๕ ลักษณะ [1]ดังนี้
๑.   คนต่างด้าวที่เดินทางเข้าประเทศไทยและอยู่ชั่วคราว
๒.   คนต่างด้าวที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย
๓.   คนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทย
๔.   นักเรียนนักศึกษาที่ไม่มีสัญชาติไทย
๕.   คนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง

        สิทธิและฐานะของคนต่างด้าว

       การศึกษาในเรื่องนี้ก็เป็นประเด็นสำคัญเช่นเดียวกับเรื่องสัญชาติ  เพราะก่อนที่จะทราบถึงความเกี่ยวข้องในกฎหมายเอกชนระหว่างประเทศนั้น  จำจะต้องทราบว่า คนต่างด้าวที่เข้าไปอยู่ในอีกประเทศหนึ่งนั้นมีฐานะและมีสิทธิอย่างไร
      การมีสิทธิกับการใช้สิทธิ 
       ในทางกฎหมาย บุคคลจะใช้สิทธิอันใดได้ต่อเมื่อตนมีสิทธิหรือได้รับสิทธินั้นแล้ว  การมีสิทธิกับการใช้สิทธิเป็นคนละเรื่องกัน  บุคคลอาจมีสิทธิ  แต่อาจไม่มีความสามารถใช้สิทธิอันนั้นได้  เช่น ผู้เยาว์มีสิทธิได้รับมรดก  แต่ไม่มีสิทธิจัดการทรัพย์อันเป็นมรดกนั้นได้  หรือไม่มีสิทธิทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินของตนที่มีอยู่ให้แก่ผู้อื่นได้  จนกว่าผู้เยาว์นั้นจะมีอายุ ๑๕ ปีบริบูรณ์  ด้วยเหตุนี้ ถ้าบุคคลใดถูกห้ามหรือถูกจำกัดมิให้เป็นผู้มีสิทธิอย่างใดแล้ว บุคคลนั้นย่อมไม่อาจใช้สิทธินั้นได้เลย
        เรื่องสิทธิและฐานะของคนต่างด้าวในทางกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลนี้  ได้แก่ ปัญหาที่ว่าบุคคลหนึ่งในฐานะที่เป็นคนของต่างประเทศเข้ามาอยู่ในอีกประเทศ หนึ่งตามกฎหมาย  บุคคลนั้นจะมีฐานะและได้รับหรือมีสิทธิอะไรบ้าง  จะมีฐานะและได้รับสิทธิเหมือนกับพลเมืองของประเทศที่ตนเข้าไปอยู่นั้นทั้งหมด  หรือถูกจำกัดอย่างไร เพียงใด 
         ในเรื่องคนต่างด้าวนี้พอเทียบได้กับผู้เข้ามาอาศัยบ้านเราอยู่  ย่อมจะมีฐานะและมีสิทธิน้อยกว่าเจ้าของบ้าน  การที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะโดยปกติบ้านของใครก็เป็นที่อยู่ของผู้เป็นเจ้าของ เท่านั้น  บุคคลอื่นที่เข้ามาขออยู่อาศัยพักพิงอยู่นั้นย่อมอยู่ได้โดยที่เจ้าของ บ้านอนุญาตให้พักอยู่ได้  พูดถึงฐานะก็ย่อมมีฐานะเป็นเพียงคนอาศัย  ซึ่งด้อยกว่าฐานะเจ้าของบ้าน  พูดถึงสิทธิต่างๆที่ผู้อาศัยจะพึงมีก็ย่อมมีน้อยกว่าสิทธิของผู้เป็นเจ้าของ บ้าน  สิทธิต่างๆที่ผู้อาศัยจะมีมากน้อยเพียงใด  ย่อมสุดแล้วแต่เจ้าของบ้านจะกำหนดและมอบให้  และเจ้าของบ้านจะเรียกคืนหรือจำกัดสิทธิที่ให้แก่ผู้อาศัยนั้นเสียเมื่อไรก็ ได้  สุดแต่ความเหมาะสมและประโยชน์ของเจ้าของบ้านนั้นเอง
         สำหรับปัญหาคนต่างด้าวนี้  แม้ว่าประเทศไทยจะมีนโยบายเสรีเพียงใด  แต่ก็ยังมีความจำเป็นต้องวางหลักในการให้สิทธิแก่คนต่างชาติ (National) คนต่างด้าว (Alien) ไว้แตกต่างกัน  ทั้งนี้เพราะรัฐย่อมจะต้องคำนึงถึงประโยชน์สุขของคนชาติของตน  และความจำเป็นในทางการเมืองและทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นสำคัญ  ในการที่จะพิจารณาให้สิทธิแก่คนต่างด้าวมากน้อยเพียงไร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิในทางการเมือง  ซึ่งได้แก่สิทธิในการมีสิทธิมีเสียงในการปกครองประเทศหรือในกิจการของ รัฐบาล  ไม่มีรัฐใดให้สิทธินี้แก่คนต่างด้าว  ส่วนสิทธิอื่นๆเช่นสิทธิในการมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือทรัพย์สินบางอย่างก็ ถูกจำกัด หรือให้มีสิทธิได้เพียงเท่าที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยในประเทศนั้น  และเท่าที่ไม่ขัดต่อประโยชน์และเศรษฐกิจของประเทศ
          อย่างไรก็ดี คำว่า “คนต่างด้าว” [2] หมายความถึงบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองก็ได้มีบทนิยามของคำนี้ไว้ทำนองเดียวกัน
          ตามหลักปฏิบัติกันระหว่างประเทศ   รัฐอาจจำกัดสิทธิบางอย่างของชนต่างด้าวที่มิใช่สิทธิหลักมูล  สิทธิที่รัฐอาจจำกัดมีดังต่อไปนี้
๑.    สิทธิในทางการเมือง 
          สิทธิในทางการเมือง  หมายถึง  สิทธิในการมีส่วนในรัฐบาลของประเทศ หรือสิทธิในการมีส่วนในการปกครองประเทศ ทั้งการปกครองส่วนกลาง  ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น  ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม
          โดยสิทธิดังกล่าวนี้ปกติรัฐจะสงวนไว้ให้เป็นสิทธิของประชาชนที่มีสัญชาติของประเทศตนเท่านั้น  เพราะสิทธิ ทางการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญของการดำรงอยู่ของรัฐ    ดังนั้นรัฐจะไม่ยอมให้คนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในประเทศในฐานะผู้อาศัยมี สิทธิเหล่านี้  โดยสงวนไว้ให้แก่พลเมืองเจ้าของประเทศเท่านั้น  ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในความปลอดภัยและคงวามดำรงอยู่ของประเทศนั่นเอง
๒.   สิทธิในการประกอบธุรกิจ
         อาชีพหรือวิชาชีพบางชนิดมีลักษณะที่อาจกระทบกระเทือนต่อความเป็นอยู่หรือ เอกราชของรัฐ  รัฐซึ่งมีสิทธิที่จะป้องกันตนเองจึงชอบที่จะตรากฎหมายออกมาจำกัดสิทธิมิให้ คนต่างด้าวประกอบอาชีพบางอย่างที่มีลักษณะดังกล่าวนั้นได้  ดังนั้นรัฐแต่ละรัฐจึงมีอำนาจที่จะพิจารณาว่าอาชีพใดบ้างที่อาจกระทบ กระเทือนต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือความเป็นอยู่ของรัฐ  และย่อมมีอำนาจที่จะตรากฎหมายออกมาห้ามมิให้ชนต่างด้าวประกอบอาชีดังกล่าว
         แต่ในทาง ปฏิบัติ  รัฐพยายามจำกัดสิทธิของชนต่างด้าวในการประกอบอาชีพน้อยที่สุดโดยพิจารณาแต่ เฉพาะที่เห็นว่าจำเป็นแก่ความเจริญในทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม  เพราะการจำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพนี้  รัฐต้องคำนึงถึงว่า  รัฐต่างประเทศอาจใช้หลักปฏิบัติต่างตอบแทนทำการจำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพ แก่พลเมืองสัญชาติของตนที่เข้าไปประกอบอาชีพในรัฐต่างประเทศนั้นได้
         ในที่นี้จะขอแยกกฎหมายเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิของคนต่างด้าวในการประกอบอาชีพ ออกเป็น ๓ ลักษณะ ดังนี้
          ๑.) กฎหมายที่มีบทบัญญัติกำหนดว่าอาชีพนั้นๆคนต่างด้าวไม่มีโอกาสทำได้
          - กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
          - กฎหมายว่าด้วยเรือไทย
          - กฎหมายว่าด้วยการประกอบการประมงในเขตการประมงไทย
          ๒.) กฎหมายที่บัญญัติสงวนอาชีพบางอย่างไว้สำหรับคนไทย
          - การทำหรือการหล่อพระพุทธรูป
          - การทำเครื่องเขิน
          - การทำเครื่องถม
          - การขับขี่จักรยานสามล้อรับจ้าง
          - การขับขี่จักรยานยนต์สามล้อรับจ้าง
          - การขับรถยนต์สาธารณะ
          - การทำนา (เว้นแต่การปลูกข้าวในร่องสวน)
          - การทำนาเกลือ
          - การตัดผม
          - การเรียงพิมพ์อักษรไทย
          - การตัดผมสตรี
          - การแต่งผมสตรี
          - การตัดเย็บเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มสตรี
          ๓.) กฎหมายที่วางหลักเกณฑ์ว่าอาชีพใดที่คนต่างด้าวทำไม่ได้
          - กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
          - กฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว
๓.    สิทธิในการมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน (ที่ดิน)
         ทรัพย์สินบางอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือที่ดิน  รัฐส่วนมากไม่ยอมให้คนต่างด้าวมีกรรมสิทธิ์ได้  ไม่ว่าจะได้กรรมสิทธิ์มาโดยทางนิติกรรมหรือโดยทางมรดกก็ตาม  นั่นคือ การที่แต่ละประเทศไม่ยอมให้คนต่างด้าวมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินในดินแดนของตน ได้  หรือยอมให้มีได้แต่ก็เป็นจำนวนเล็กน้อยนั้น  เพราะที่ดินเป็นปัจจัยสำคัญในความเป็นอยู่ของรัฐ  ถ้าที่ดินในรัฐตกเป็นของคนต่างด้าวเสียเป็นส่วนใหญ่หรือทั้งหมดแล้ว  อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของรัฐได้
๔.    สิทธิในการมีถิ่นที่อยู่อาศัย
         รัฐจะจำกัดให้คนต่างด้าวซึ่งเป็นคนเข้าเมืองตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง มีถิ่นที่อยู่หรือภูมิลำเนาเฉพาะภายในเขตใดเขตหนึ่งหรือบริเวณใดบริเวณหนึ่ง โดยเฉพาะได้หรือไม่  ในเรื่องนี้เป็นที่ยอมรับกันว่าในยามสงบรัฐไม่อาจจำกัดเช่นนั้นได้  เพราะจะเป็นการขัดกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ ๑๓(๑) ที่ว่า “ทุกคนมีสิทธิในอิสรภาพแห่งการเคลื่อนไหวและสถานที่อยู่ภายในเขตของแต่ละรัฐ”  แต่อย่างไรก็ตาม  รัฐอาจห้ามมิให้คนต่างด้าวทั้งที่เป็นคนเข้าเมือง และมิใช่คนเข้าเมือง  เข้าไปมีถิ่นที่อยู่ภายในเขตใดเขตหนึ่งโดยเฉพาะได้  เช่นภายในเขตเมืองที่ตั้งทางทหารหรือเป็นจุดยุทธศาสตร์ เป็นต้น  ส่วนในยามสงครามแล้ว  รัฐย่อมจะจำกัดบริเวณให้คนต่างด้าวมีถิ่นที่อยู่เฉพาะภายในบริเวณใดบริเวณ หนึ่งได้  ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ในการควบคุมคนต่างด้าวเหล่านั้น
๕.    สิทธิต่างๆตามกฎหมายมหาชน
          สิทธิตามกฎหมายมหาชนนั้น  บางอย่างคนต่างด้าวมีเช่นเดียวกับคนไทย  แต่สิทธิบางอย่างคนต่างด้าวไม่มี หรือที่จำกัดให้มีได้เฉพาะคนมีสัญชาติไทยเท่านั้น
          สำหรับสิทธิตามกฎหมายมหาชนที่คนต่างด้าวมีได้เช่นเดียวกับคนสัญชาติไทย ได้แก่
๑.)    สิทธิในการที่จะได้รับความคุ้มครองและความมั่นคงสำหรับตนและทรัพย์สิน
๒.)    สิทธิในการศึกษาหาความรู้ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย   ปกติคนต่างด้าวย่อมจะศึกษาหาความรู้วิชาใดๆก็ได้ เว้นแต่ วิชาบางอย่างเป็นการศึกษาที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ เช่น วิชาการทหาร
๓.)    สิทธิในเสรีภาพส่วนบุคคลเท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมายความสงบเรียบร้อยและศีลธรรม ของประชาชน  เช่น สิทธิในการนับถือและประกอบพิธีทางศาสนาและความเชื่อถือต่างๆ สิทธิในการพูด การเขียน การโฆษณา

 


3 ความคิดเห็น:

  1. How do make money off of a sports betting site? - Work
    So in this article, I'll take a quick look at some of the most common wagers that go into an online sportsbook. · หารายได้เสริม 1. Bet365 – Best

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ4 มีนาคม 2565 เวลา 18:25

    The best casino slots | DrmCD
    Find the best slot machines in Vegas and 여수 출장마사지 play at all w88 of our exciting slot machines 익산 출장안마 from the best software providers! Best Online Slots 김제 출장마사지 Machines In Las 여주 출장안마 Vegas.

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ30 มีนาคม 2565 เวลา 04:10

    Casino Bonus Codes - December 2021
    No deposit bonus casino promotions. We recommend 2021 casino bonus codes and promos apr casino for new https://vannienailor4166blog.blogspot.com/ players. หารายได้เสริม We also list new casino 출장마사지 bonuses poormansguidetocasinogambling for December 2021.

    ตอบลบ